AnGlE's TaLe (เสียงจากฟากฟ้า)

posted on 29 Sep 2011 15:58 by homeofheart
            "คุณพ่อขา ทำยังไง ลูกถึงจะไปเป็นดาวได้คะ" เสียงเด็กสาวตัวน้อย ยืนแหงนหน้ามองฟ้า แล้วก็ถามคุณพ่อของเธอ
 
           "เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ลูกก็จะมีปีก แล้วบินไปข้างบนนั้นได้จ้ะ" เสียงคุณพ่อพูดอย่างอ่้อนโยน พลางลูบหัวลูกสาวไปพลาง ในใจก็คิดสงสารลูกน้อย เพราะเธอคงคิดถึงคุณแม่ของเธอ
 
           ค่ำคืนนี้ท้องฟ้างดงาม หมู่ดาวประปรายบนท้องฟ้า เหมือนกับจะมาชุมนุมกัน 
 
       "อิงฟ้า"    เด็กสาวผู้น่าสงสาร เธอต้องสูญเสียคุณแม่ไป ตั้งแต่เธอยังเล็ก 
 
           แม้ว่าเหตุการณ์จะนานมาเป็นสิบปีแล้ว ตอนนี้ เด็กหญิงอิงฟ้า ก็กลายเป็น คุณอิงฟ้า เรื่องความฝันนั้น ก็ต้องลดลงไปตามวัยของเธอ
 
           "ติคะ ตอนเด็กๆ อิงมีความฝัน อยากจะไปอยู่กับคุณแม่นะ"
 
          "เอ..ถ้าเกิดคุณไป แล้วผมจะอยู่กับใครล่ะครับ" ปาฏิหารย์ คู่รักของอิงฟ้า พูดแซวเล่น แต่หลังจากนั้น อิงฟ้า ก็มีัอัน ต้องโบยบินจากปาฏิหารย์จริงๆ ถึงแม้เวลามันจะผ่านมาเป็นปี แต่สำหรับปาฏิหารย์ เวลามันแสนสั้น ที่จะได้ใช้เวลาสุดท้ายที่มี กับคนที่เค้ารัก...
 
          งานศพของอิงฟ้า มีผู้คนมากพอสมควร
 
         "ปาฏิหารย์ ไม่ต้องเสียใจไปนะ อิงเค้าก็ไปสบายแล้วล่ะ" เสียงของใครต่อใครที่พากันปลอบใจเค้า แต่นั่นไม่ได้บรรเทาลงไปเลย เค้ากลับเสียใจมากกว่าเดิมเสียอีก
 
         ใจหนึ่งก็สงสาร ที่สุดที่รัก ต้องทนทรมานกับโรคที่รักษาไม่หาย ต่อให้ทั้งสองคน มีเงินทองมากมายเพียงใด ก็มิอาจยื้อชีวิตของอิงฟ้าได้นานไปกว่านี้
 
         แต่อีกใจก็อยากจะต่อว่า ที่อิงฟ้า จากไปก่อน เค้าพยายามจะตามอิงฟ้าไปให้ได้ไวๆ แต่ก็ติดกับคำสัญญาที่ให้กันไว้
 
         "ติจำไว้นะ อิงจะรอติอยู่ข้างบน ไม่ว่าจะอีกกี่สิบปี แต่ติต้องจำไว้ อย่าคิดสั้นเด็ดขาด ถ้าเกิดติใจร้อน เราจะไม่ได้เจอกันอีกเลย ตลอดกาล..." ปาฏิหารย์จึงระงับเอาไว้ได้
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
       3 ปีที่ผ่านมา เวลามันเดินไปอย่างเชื่องช้า
 
       ผู้คนผ่านเข้ามาในชีวิตมากมายเท่าไหร่ แต่ก็ไม่มีใครที่เข้าใจเค้ามากไปกว่าอิงฟ้าได้เลย
 
       พอถึงเวลานอน ทุกวัน เค้าก็ต้องใช้เวลา ให้เค้าหลับ เพราะภาพของอิงฟ้า มักจะปรากฎตรงหน้าเสมอ
 
       ตื่นเช้ามา เค้าก็ต้องประหลาดใจ เพราะมีจดหมายฉบับนึง ตกอยู่ข้างเตียง
 
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------      
        "ปาฏิหารย์ที่รัก
 
                         หวังว่าที่รักคงสบายดี ตอนนี้ อิงก็ได้แค่นับถอยหลัง รอเวลาที่จะได้ไปหาคุณแม่แล้วนะ
                          แต่อิงก็ยังเป็นห่วงติอยู่หลายๆเรื่อง อิงกลัวติจะอยู่ยังไง ถ้าเกิดเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน
                          เวลาที่เหลือ อิงก็ขอฝากเอาไว้นะคะ
 
                                                                         อิงฟ้า 21/9/2006"
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
         อิงฟ้าเขียนจดหมายเอาไว้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว แต่ปาฏิหารย์กลับไม่รู้เรื่องเลยหรือนี่?
 
         "ในห้องหนังสือ ก็น่าจะมีอะไรอีกนี่นา" ปาฏิหารย์วิ่งลงไป เข้าไปในห้องหนังสือ
 
         หนังสือมีมากมายอยู่ท่วมหัว ปาฏิหารย์หยิบหนังสืิอเล่มนั้นเล่มนี้ออกมาเปิดดู จดหมายเป็นสิบฉบับก็ตกลงมา
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------        
       "วันนี้ไม่สบายใจเลย ติไม่ยอมกินยา ขนาดตัวเองเป็นหวัดนะ ดื้อจริง >*<"
 
       "วันนี้ก็เหมือนเิดิม แต่ว่าก็ยังดีใจ ที่ติมาดูแลกัน"
 
       "รักนะคะ ที่รัก ขอบคุณจริงๆ"
 
       "วันนี้อากาศหนาวจัง แต่อิงอบอุ่นมากๆๆๆค่ะ"
 
                                                          ฯลฯ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
          "โธ่เอ๊ย!~ เด็กโง่" ปาฏิหารย์ยิ้มบางๆออกมา แต่น้ำตามันกลับไม่ฟังคำสั่งเลย...
 
 
 
 

AnGlE's TaLe (บทนำจากฟากฟ้า)

posted on 29 Sep 2011 15:50 by homeofheart
            1 วัน....
            2 เดือน...
            3 ปี.....
 
 
          เวลามันแทบไม่มีความหมายเลย สำหรับคนที่ไม่เหลือ สิ่งที่เรียกว่า ดวงใจ เพราะมันหลุดลอยหายไป ยังที่ที่ ไกลแสนไกล...
 
          วันนั้น ทุกอย่างยังดูสดใส มีชีวิตชีวา สำหรับเขา และ เธอ
 
          แต่...วันเวลา ไม่เคยโอนอ่อนผ่อนตาม ให้ใคร 
 
          วันเวลา ได้พาเธอ จากเขาไป โดยที่ไม่ทันได้ร่ำลา...
 
          เขา เหลืออยู่เพียงลำพัง วันเวลาช่างโหดร้าย....
 
      วันเวลาก็ยังผ่านไป โดยไม่มีเธอ....
 
 
 
            ง่ายๆเลยครับ ตามหัวเรื่อง
 
            ทำไมล่ะ? ทำไมเราต้องรับบทพระเอกตลอดเลยล่ะ
 
            บางทีเราอยากจะเป็นผู้ร้ายบ้าง อยากจะเล่นบทโหด แล้วก็ฉุดกระชากเธอ ให้มาเป็นของเรา
 
            แต่ในความเป็นจริง เราก็ต้องรับบทพระเอกอยู่วันยังค่ำ
 
           "ความรักคือการดูแล เอาใจใส่ ไม่ใช่การครอบครอง" แล้วยังไง?
 
           เธอ กับเค้าคนนั้น เอากฎข้อนี้มาอ้างกับผม แล้วยังไง? ผมต้องปล่อยเธอไป เพราะเหตุผลเรื่องการครอบครอง และความรัก ที่เธอนิยามกับแบบนี้เองเหรอ?
 
           ทำไมล่ะ? ทำไมเราต้องเสียสละอะไรมากมาย ความรักของเอา คือการเอาใจใส่ แต่เราก็ต้องการครอบครองด้วย 
 
           เพราะถ้าเิกิดเราไม่ได้ครอบครอง เราจะเอาใจใส่ไปทำไม?
 
           แล้วเธอคนนั้น ก็เดินไป ถูกใครคนนั้น ครอบครอง โดยที่พระเอกอย่างผม รู้สึกอยากจะเป็นตัวประกอบมากกว่าซะอีก....

อีกไม่นาน...เราก็จากกัน

posted on 29 Sep 2011 13:33 by homeofheart
         เคยมีคนบอกผมมา ว่า "อีกไม่นาน..เราก็จากกัน" เพราะวันเวลาที่เราจะได้อยู่บนโลกใบนี้ มันน้อยนิด 
 
        > 1ปี มี 365 วัน
 
        > 10 ปี มันก็แค่ 3650 วันเองนะ
 
         ผมฟังเพลงอยู่เพลงนึง ชื่อเพลงเดียวกัน
 
         แล้วผมก็คิดได้
 
         ทำไมล่ะ? ทำไมเราต้องปล่อยเวลาที่มันหมุน-เดินไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะกี่วินาที ไปกับการ "แอบ"
 
         ความรักเป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่เหรอครับ แล้วทำไมเราไม่แสดงออกไปเลยล่ะ
 
         หลายคนบอกว่า "เพราะเราเปิดเผยไม่ได้จริงๆ"
 
         อยากให้คนเหล่านั้นคิดตรึกตรองให้ดีๆครับ ว่าถ้าเกิด พรุ่งนี้ เราเกิดตายจากกันกับคนที่เราแอบรักขึ้นมา มันโคตรน่าเสียดายเลยนะครับคุณ
 
         อย่างน้อย ให้เรามีความสุข ที่เราได้บอกเค้าไป มันน่าปลื้มใจมากกว่า ที่เราจะมามีความสุขที่เราได้แอบเลยนะครับ
 
         บอกกันไปตรงๆ เรียกว่าไม่เสียชาติเกิดครับ
 
         อย่างที่บอกครับ "อีกไม่นาน..เราก็จากกัน"    

สุข-เศร้า-เหงา-รัก

posted on 29 Sep 2011 13:21 by homeofheart
       เมื่อนานมาแล้ว ผม หรือใครต่อใครอีกหลายร้อยล้านคน ที่ยืนอยู่บนโลกใบนี้ด้วยกัน ก็ต่างมีความฝันกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าชาย ราชา หรือว่าจะเป็นคนธรรมดาก็ตาม แต่จะมีซักกี่คนล่ะ ที่เป็นไปตามนั้นได้
 
      ผมเองคนนึงล่ะ ที่ไม่ได้คิดว่าตัวเอง มาเจอฝันของตัวเอง ผมชอบอ่านหนังสือ ผมชอบเขียนนิยาย ผมชอบฟังเพลง อีกไม่นาน ผมก็แต่งเพลงแรกของตัวเองได้อย่างลอยๆ (โดยที่ไม่รู้ว่ามันห่วยขนาดไหน) ไม่มีสปอนเซอร์ ไม่มีคนสนับสนุน คิดคนเดียว ทำคนเดียว (ช้ำคนเดียว)....
 
      เอ...ทำยังไงได้ล่ะครับ ก็ยุคสมัยนี้ คนเราก็เดินๆๆๆๆๆ แล้วก็ทำงานๆๆๆๆ กันตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต เดินผ่านกันยังไม่ทักกันเลย อาจารย์สอนภาษาญีั่ปุ่นของผม เค้าเล่าให้ฟัง ว่าตอนที่เค้าไปเรียนที่ญี่ปุ่น เค้าต้องไปขึ้นรถไฟตั้งแต่เช้าๆ แล้วก็มักจะไปเจอกับพนักงานออฟฟิซของญี่ปุ่นคนนึง ที่จะมารอรถไฟในช่วงเวลาเดียวกัน แล้วเค้าก็ยิ้ม แล้วก็ทักทายกันได้โดยไม่มีสาเหตุ แค่นั้นแหละ ภาพมันปิ๊งขึ้นมาในหัวทันที ทำไมล่ะ? ทำไมเหรอ ประเทศญี่ปุ่นเอง เค้าเล็กกว่าเรา คนน้อยกว่าเรา แต่ทำไมเค้าทำอะไรหลายๆอย่างได้เกินสมัยของเราไป
 
      ที่พูดนี่ก็ไม่ใช่ว่าเพ้อเจ้ออะไรนะครับ แต่ว่าภาพที่เราๆเห็นกันอยู่ มันทำให้ผมเศร้าใจ ต่อไป ผมสงสารน้อง-ลูก-หลานของผม ที่จะต้องใช้ีชีวิตบนโลกต่อไป อย่างลำพัง และว่าเหว่ ต่อให้คนจะเยอะแยะมากมายขนาดไหนบนโลก แต่ว่าไม่มีเลยที่จะเข้าใจ
 
       ผมเลยต้องหาที่หลบบรรยากาศวุ่นวายนี้ออกมา ด้วยการใช้ดนตรี และศิลปะ เป็นที่พึ่่ง
 
       ก่อนอื่น เราต้องเข้าใจ ว่าทุกอย่าง ที่เราคิด แ้ล้วทำออกมา มันก็คือศิลปะอย่างหนึ่ง
 
       ศิลปะ ไม่จำเป็นจะต้องมาจากการวาดรูปอย่างเดียวนะครับ
 
       ไม่ว่าคุณจะคิด แล้วทำอะไรออกมาตามใจของคุณ นั่นคือศิลปะ
 
        วาดก้อนเมฆ มองดูสายน้ำ จะบ้าบออะไรก็ทำไปเหอะ
 
         เพราะนั่นแหละ โคตรน่าภูมิใจเลย เพราะเราพูดได้ ว่าเราคิดมันเอง
 
        ถ้าเกิดมีคนที่มีความคิดเป็นศิลปะกันเยอะๆ โลกคงจะสวยงามมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ว่ามั้ยครับ?