สุข-เศร้า-เหงา-รัก

posted on 29 Sep 2011 13:21 by homeofheart
       เมื่อนานมาแล้ว ผม หรือใครต่อใครอีกหลายร้อยล้านคน ที่ยืนอยู่บนโลกใบนี้ด้วยกัน ก็ต่างมีความฝันกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าชาย ราชา หรือว่าจะเป็นคนธรรมดาก็ตาม แต่จะมีซักกี่คนล่ะ ที่เป็นไปตามนั้นได้
 
      ผมเองคนนึงล่ะ ที่ไม่ได้คิดว่าตัวเอง มาเจอฝันของตัวเอง ผมชอบอ่านหนังสือ ผมชอบเขียนนิยาย ผมชอบฟังเพลง อีกไม่นาน ผมก็แต่งเพลงแรกของตัวเองได้อย่างลอยๆ (โดยที่ไม่รู้ว่ามันห่วยขนาดไหน) ไม่มีสปอนเซอร์ ไม่มีคนสนับสนุน คิดคนเดียว ทำคนเดียว (ช้ำคนเดียว)....
 
      เอ...ทำยังไงได้ล่ะครับ ก็ยุคสมัยนี้ คนเราก็เดินๆๆๆๆๆ แล้วก็ทำงานๆๆๆๆ กันตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต เดินผ่านกันยังไม่ทักกันเลย อาจารย์สอนภาษาญีั่ปุ่นของผม เค้าเล่าให้ฟัง ว่าตอนที่เค้าไปเรียนที่ญี่ปุ่น เค้าต้องไปขึ้นรถไฟตั้งแต่เช้าๆ แล้วก็มักจะไปเจอกับพนักงานออฟฟิซของญี่ปุ่นคนนึง ที่จะมารอรถไฟในช่วงเวลาเดียวกัน แล้วเค้าก็ยิ้ม แล้วก็ทักทายกันได้โดยไม่มีสาเหตุ แค่นั้นแหละ ภาพมันปิ๊งขึ้นมาในหัวทันที ทำไมล่ะ? ทำไมเหรอ ประเทศญี่ปุ่นเอง เค้าเล็กกว่าเรา คนน้อยกว่าเรา แต่ทำไมเค้าทำอะไรหลายๆอย่างได้เกินสมัยของเราไป
 
      ที่พูดนี่ก็ไม่ใช่ว่าเพ้อเจ้ออะไรนะครับ แต่ว่าภาพที่เราๆเห็นกันอยู่ มันทำให้ผมเศร้าใจ ต่อไป ผมสงสารน้อง-ลูก-หลานของผม ที่จะต้องใช้ีชีวิตบนโลกต่อไป อย่างลำพัง และว่าเหว่ ต่อให้คนจะเยอะแยะมากมายขนาดไหนบนโลก แต่ว่าไม่มีเลยที่จะเข้าใจ
 
       ผมเลยต้องหาที่หลบบรรยากาศวุ่นวายนี้ออกมา ด้วยการใช้ดนตรี และศิลปะ เป็นที่พึ่่ง
 
       ก่อนอื่น เราต้องเข้าใจ ว่าทุกอย่าง ที่เราคิด แ้ล้วทำออกมา มันก็คือศิลปะอย่างหนึ่ง
 
       ศิลปะ ไม่จำเป็นจะต้องมาจากการวาดรูปอย่างเดียวนะครับ
 
       ไม่ว่าคุณจะคิด แล้วทำอะไรออกมาตามใจของคุณ นั่นคือศิลปะ
 
        วาดก้อนเมฆ มองดูสายน้ำ จะบ้าบออะไรก็ทำไปเหอะ
 
         เพราะนั่นแหละ โคตรน่าภูมิใจเลย เพราะเราพูดได้ ว่าเราคิดมันเอง
 
        ถ้าเกิดมีคนที่มีความคิดเป็นศิลปะกันเยอะๆ โลกคงจะสวยงามมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ว่ามั้ยครับ?

Comment

Comment:

Tweet